เครื่องฟอกอากาศจะทำงานได้ดีก็ต่อเมื่อขนาดเหมาะกับห้อง ถ้าเครื่องเล็กเกินไป อากาศจะสะอาดช้าและเครื่องต้องทำงานหนักตลอดเวลา บทความนี้สรุปวิธีเลือกเครื่องฟอกอากาศ Xiaomi ให้ตรงกับพื้นที่ใช้งาน
1. รู้จักค่า CADR
CADR (Clean Air Delivery Rate) คือปริมาณอากาศสะอาดที่เครื่องปล่อยออกมาต่อชั่วโมง หน่วยเป็น m³/h ค่ายิ่งสูง ยิ่งฟอกอากาศได้เร็ว ควรดูค่า CADR สำหรับฝุ่น (Particle CADR) เป็นหลัก
2. คำนวณค่า CADR ที่ต้องการ
สูตรง่าย ๆ คือ พื้นที่ห้อง (ตร.ม.) × ความสูงเพดาน (ม.) × 5 เพื่อให้อากาศในห้องถูกฟอกประมาณ 5 รอบต่อชั่วโมง ตัวอย่างสำหรับเพดานสูง 2.6 เมตร
| ขนาดห้อง | ค่า CADR ที่แนะนำ (โดยประมาณ) | ตัวอย่างห้อง |
|---|---|---|
| 10 ตร.ม. | 130 m³/h ขึ้นไป | ห้องนอนเล็ก ห้องทำงาน |
| 20 ตร.ม. | 260 m³/h ขึ้นไป | ห้องนอนใหญ่ คอนโด 1 ห้องนอน |
| 30 ตร.ม. | 390 m³/h ขึ้นไป | ห้องนั่งเล่น |
| 40 ตร.ม. ขึ้นไป | 520 m³/h ขึ้นไป | ห้องนั่งเล่นรวมพื้นที่ทานข้าว |
เมื่อได้ค่าแล้ว ให้เทียบกับค่า CADR และ “พื้นที่ที่แนะนำ” ที่ระบุในสเปกของแต่ละรุ่น ถ้าอยู่ระหว่างสองรุ่น แนะนำให้เลือกรุ่นที่ใหญ่กว่า
3. ระบบกรองที่ควรมี
- แผ่นกรองหยาบ ดักฝุ่นขนาดใหญ่และเส้นผม
- HEPA H13 ดักจับฝุ่นละเอียดอย่าง PM2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- คาร์บอนกัมมันต์ ช่วยลดกลิ่น
ควรเปลี่ยนไส้กรองตามที่แอปแจ้งเตือน โดยทั่วไปประมาณ 6–12 เดือน ขึ้นอยู่กับการใช้งานและคุณภาพอากาศ
4. ฟังก์ชันที่ช่วยให้ใช้งานง่ายขึ้น
- เซนเซอร์ PM2.5 และโหมดอัตโนมัติ ปรับแรงลมตามคุณภาพอากาศ
- ควบคุมผ่านแอป Xiaomi Home ดูค่าฝุ่นและอายุไส้กรองได้
- โหมดกลางคืน เสียงเบา เหมาะกับห้องนอน
- สั่งงานด้วยเสียงผ่าน Google Assistant หรือ Alexa (เฉพาะบางรุ่น)
5. ตำแหน่งวางเครื่อง
วางห่างผนังและเฟอร์นิเจอร์อย่างน้อย 20–30 ซม. ไม่ให้มีสิ่งกีดขวางช่องลมเข้า–ออก และปิดประตูหน้าต่างระหว่างใช้งาน เครื่องจะฟอกอากาศได้เต็มประสิทธิภาพ
สรุป
เริ่มจากวัดขนาดห้อง คำนวณค่า CADR ที่ต้องการ แล้วเลือกรุ่นที่มีค่า CADR สูงกว่าเล็กน้อย พร้อมระบบกรอง HEPA และเซนเซอร์ PM2.5 เท่านี้ก็ได้เครื่องฟอกอากาศที่คุ้มค่าและเหมาะกับห้องของคุณ
เลือกชมรุ่นและตัวเลือกที่มีจำหน่ายได้ที่ SSINTER Official Store บน Shopee

